แปลเอกสารทางราชการ เรื่องง่ายๆ ทำด้วยตัวเองก็ได้ by @pinnynoy

Official Document

เครดิตภาพ: Kaptain-Spyder

 

แม้แต่คนที่พอจะมีพื้นฐานภาษาอังกฤษดีแล้ว คุยกับฝรั่งได้ ไปต่างประเทศไม่อดตาย แต่เวลาที่จะต้องแปลเอกสารทางราชการของไทยเป็นภาษาอังกฤษ (จำเป็นต้องทำในหลายๆ โอกาส) ก็อาจจะตกม้าตายได้ เพราะพวกศัพท์แสงที่ใช้กันในเอกสารทางราชการ ขนาดเป็นภาษาไทยก็ยังไม่ค่อยจะเป็นอะไรที่เราจะได้ใช้กันในชีวิตประจำวันเลย … พอต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษเราก็จะคิดในใจว่า แล้วมันใช้คำว่าอะไร(วะ) … ก็เผอิญว่าได้ไปเจอบทความของน้อง @pinnynoy ที่เขียนว่า ชื่อ “แปลเอกสารราชการให้กระทรวงการต่างประเทศรับรอง แปลเองก็ได้ง่ายจังเลย” เห็นว่าน่าสนใจ เลยเก็บมาเล่าสู่กันอ่านครับ

อย่างที่น้อง @pinnynoy ได้บอกไปในบล็อกของน้องเขานั่นแหละ เอกสารพวกนี้ ไปจ้างเขาแปลเสียเงินสองเด้ง ทั้งค่าแปล แล้วยังต้องไปเสียค่ารับรองการแปลเอกสารอีก ทั้งๆ ที่เอาเข้าจริงๆ คำที่จะต้องแปลมีไม่กี่คำเอง เพียงแต่เราก็แค่นึกไม่ออกว่าจะใช้ศัพท์ว่าอะไรดี … ฉะนั้น อ่านบทความของน้องเขาแล้ว จะเข้าใจและสามารถทำเองได้ไม่ยากนัก และกับเอกสารอื่นๆ ก็อาจจะประยุกต์ใช้คำศัพท์ที่น้องเขาหามาสอนได้อีกด้วย

บทความต่อไปนี้ ได้รับอนุญาตจากน้อง @pinnynoy ให้นำมาเผยแพร่ต่อในบล็อกนี้แล้วครับผม ผมก็จะพยายามเอามาแบบเป๊ะๆ ที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่อาจจะต้องมีการดัดแปลงนิดหน่อย เพื่อให้เข้ากับรูปแบบการนำเสนอในบล็อกนี้นะครับ

 

— เริ่มกันเลย —

 

พินนี่ศึกษาข้อมูลเบื้องต้น จาก เว็บไซต์ของ กรมการกงสุล ค่ะ ให้เข้าไปที่ หน้าเว็บไซต์ http://www.consular.go.th/ ค่ะ หรือจะเข้าตรงๆ ที่ >> ตัวอย่างการแปลเอกสารราชการต่างๆ << จะมีให้ดาวน์โหลด แบบฟอร์มเอกสารราชการต่างๆ ให้ค่ะ แต่ไม่ใช่ว่าดาวน์โหลดมาแบบนั้นแล้วจะใช้ได้เลยนะคะ พินนี่ลองมาแล้ว โหลดมาแล้วเอาอย่างนั้นไปยื่นเลย โดนตีกลับเจ๊งบ๊งเลยค่ะ เป็นได้แค่แนวทางในการแปลเท่านั้น ใช้ยื่นจริงๆ ไม่ได้นะคะ ต้องมีเพิ่มเติมอะไรอีกเยอะแยะมากมาย เลยค่ะ หรือถ้าไม่มีแบบฟอร์มที่ต้องการใน Link ที่ว่า สามารถเข้า Link ของหน้าเว็บไซต์ สถานกงสุลใหญ่ ประจำนครชิคาโก เพื่อดาวน์โหลดตัวอย่างมาใช้ได้เหมือนกันค่ะ โดยให้ดูที่ >> ข้อ 5.  แบบฟอร์มแปลเอกสาร (Translation Forms) << ค่ะ 

สำหรับเอกสารทางราชการที่มีให้ดาวน์โหลดนั้นก็จะมีคร่าวๆ ประมาณนี้ค่ะ

  • สูติบัตร ท.ร. 1 ตอน 1 ท.ร. 19 ตอน 1 ท.ร. 19 ตอน 4
  • มรณบัตร ท.ร. 4 ตอน 1 ท.ร. 20 ตอน 1
  • หนังสือสำคัญการจัดตั้งนามสกุล แบบ ช. 2
  • หนังสือสำคัญการเปลี่ยนชื่อ แบบ ช. 3
  • หนังสือสำคัญการเปลี่ยนนามสกุล แบบ ช. 4
  • หนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อ-สกุล แบบ ช.5
  • บัตรประจำตัวประชาชน แบบที่ 1 แบบที่ 2 แบบที่ 3
  • คำขอมีบัตรประจำตัวประชาชน ต่ออายุบัตร หรือทำบัตรใหม่ บ.ป. 2
  • ทะเบียนบ้าน ท.ร.14 ท.ร.14
  • สำเนาทะเบียนบ้าน (ฉบับเจ้าบ้าน) ท.ร. 14 /1 ท.ร. 14/2
  • แบบรับรองรายการทะเบียนราษฎร แบบที่ 1 แบบที่ 2
  • ทะเบียนสมรส คร. 2 แบบที่ 1 คร. 2 แบบที่ 2
  • ใบสำคัญการสมรส คร. 3
  • ทะเบียนหย่า คร. 6
  • ใบสำคัญการหย่า คร. 7
  • ทะเบียนฐานะแห่งครอบครัว คร. 22
  • ทะเบียนการรับรองบุตรบุญธรรม คร.14
  • หนังสือรับรอง (ความเป็นบุคคลเดียวกัน)
  • หนังสือรับรอง (สถานที่เกิด)
  • หนังสือรับรอง (ความเป็นโสด)
  • หนังสือรับรอง (ความเป็นโสดจากการหย่า)
  • หนังสือรับรอง (การปกครองบุตร)
  • หนังสือมอบอำนาจ
  • ใบแจ้งความ
  • ใบ ส.ด.43
  • การสอบสวนการอุปการะเลี้ยงดูบุตร -หนังสือนำ/บันทึกเรื่องการสอบสวนการอุปการะเลี้ยงดูบุตร(ผู้ร้อง)/บันทึกเรื่องการสอบสวนการอุปการะเลี้ยงดูบุตร(พยาน)…แบบ ปค14

เอกสารที่พินนี่ต้องแปล มีดังนี้ค่ะ

  • หนังสือสำคัญการจัดตั้งนามสกุล แบบ ช. 2
  • หนังสือสำคัญการเปลี่ยนชื่อ แบบ ช. 3
  • หนังสือสำคัญการเปลี่ยนนามสกุล แบบ ช. 4
  • สูติบัตร ท.ร. 1 ตอน 1 และั ท.ร. 19 ตอน 4

ดังนั้นอยากจะขอพูดแค่ เอกสาร 4 แบบนี้เพราะใบอื่นๆ พินนี่ไม่ได้แปลค่ะ ความยากของพินนี่คือ ใบสูติบัตรของคุณพ่อคุณแม่เก่ามากแล้ว ไม่มีหรอกแบบ ท.ร.1 ตอน 1  , ท.ร.19 ตอน 1 อะไรนั่น ไม่อยู่ในหมวดใดๆ เลย แต่เนื่องจากเค้ามีมาให้แค่ 3 ตัวอย่าง เลยต้องเลือกเอาว่า อันไหนที่พอใช้ได้บ้าง ก็นำอันใกล้เคียงกับของจริงมา่กที่สุดมาใช้ค่ะ สำหรับเด็กที่เกิดหลังปี 2527 มาแล้วส่วนใหญ่จะเป็น แบบ ท.ร. 1 ตอน 1 ค่ะ ของพินนี่ก็เป็นอันนั้น เรามาพูดถึง สูติบัตร แบบนี้กันก่อนค่ะ

 

การแปลสูติบัตร ท.ร.1 ตอน 1

สำหรับการแปลสูติบัตร ประเภทนี้ มีข้อควรระวังคือ แบบฟอร์มที่กรมการกงสุล ให้ดาวน์โหลดนั้น มีผิดอยู่หลายจุดค่ะ พินนี่จึงนำแบบที่ถูกต้องที่พินนี่ทำเอาไว้และได้รับการรับรองปั๊มตราแล้ว มาแชร์เป็นตัวอย่างค่ะ แต่ขอไม่ใส่รายละเอียดจริงนะคะ พินนี่ใส่แบบ สมมติ ไว้ ลองนำมาแก้เปลี่ยนได้เลยค่ะ (จุดที่พินนี่ทำอักษรสีแดงไว้ เปลี่ยนเป็นข้อมูลตัวเองได้เลยค่ะ ) ข้อควรระวังพลาดมีดังนี้ค่ะ

  • ห้ามลืมใส่คำว่า Official Emblem แทนสัญลักษณ์ ตราครุฑ ที่ด้านบนของหัวกระดาษ ถัดจากคำว่า Translation ค่ะ
  • เลขประจำตัวประชาชน ให้เขียนว่า “Identification Number หรือ Identification No.” เท่านั้น ใช้ No. เฉยๆ ไม่ได้ค่ะ
  • ชื่อตัว ต้องใส่ Miss, Master นำหน้าชื่อเสมอค่ะ ห้ามลืม
  • ตรงข้อ 1.7 Person Performing Delivery ห้ามลืมใส่ชื่อคุณหมอทำคลอด นะคะ (ถ้าในเอกสารตัวจริงมี ต้องใส่ด้วยค่ะ)
  • ที่อยู่ นั้นต้องเขียนละเอียดมาก เช่น ….. 111 …. Sri-Ayudhaya Road, Thanon Phya Thai Sub-District, Phya Thai District, Bangkok Metropolis คือต้องใส่หมดว่า เขต แขวง อะไร และถ้าเป็น กรุงเทพ ต้องใส่คำว่า Bangkok Metropolis เท่านั้นใส่ Bangkok เฉยๆ ไม่ได้ค่ะั
  • คำว่า Waxing Moon แปลว่า ขึ้น …. ค่ำ ส่วน Waning Moon แปลว่า แรม …. ค่ำ ค่ะ
  • ปีเกิด เช่น ปีชวด ฉลู ขาล เถาะ มะโรง มะเส็ง นั้น พินนี่โหลด ศัพท์ที่ถูกต้องมาให้แ้ล้วค่ะ สามารถดาวน์โหลดได้ เลยค่ะ ที่ Translation Vocab Guide
  • ส่วนที่เป็นลายเซ็นเจ้าหน้าที่ ให้ใส่คำว่า ” – Signature- “ เสมอค่ะ
  • ตำแหน่งเจ้าหน้าที่ หากมีตำแหน่งทางราชการใดๆ ควรใส่ให้ถูกต้องตามยศ ของเค้าเป๊ะๆ ค่ะ พินนี่โหลด ศัพท์ที่ถูกต้องมาให้แ้ล้วค่ะ สามารถดาวน์โหลดได้ เลยค่ะ ที่ Translation Vocab Guide
  • ตรงส่วน Certified correct translation หากเจ้าตัวแปลเอง สามารถใส่ชื่อตัวเองลงไปได้ค่ะ แต่ตรงส่วน Signed ให้เว้นเอาไว้เพื่อที่จะปริ้นท์ออกมาแล้ว เซ็นลายเซ็นสดๆ ลงกระดาษเพื่อรับรองว่าเราแปลจริงๆ

ตัวอย่าง การแปล สูติบัตร ท.ร.1 ตอน 1

 

ดาวน์โหลด Translation Vocab Guide

สิ่งที่มีอยู่ในไฟล์ RAR นี้ มีดังนี้

  • คำแปลปีเกิด (ปีนักษัตร)
  • ชื่อตำแหน่งทางการทูต (ไทยอังกฤษ)
  • ชื่อยศทหารบก ทหารเรือ และทหารอากาศ (ไทย-อังกฤษ) กองบัญชาการทหารสูงสุด
  • รายชื่อตําแหนงตามพระราชบัญญัติระเบียบขาราชการพลเรือน พ.ศ.2551
  • ชื่อจังหวัด อำเภอ กิ่งอำเภอ ตำบล เขตและแขวง (ไทยอังกฤษ) ราชบัณฑิตยสถาน
  • ชื่อยศตำรวจ (ไทย-อังกฤษ) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
  • ชื่อหน่วยงานปกครอง ไทย-อังกฤษ กรมการปกครอง

ไฟล์ RAR ต่างจากไฟล์ ZIP ตรงที่ต้องใช้โปรแกรมช่วยเปิด (ถ้าเป็นไฟล์ ZIP ตัวระบบปฏิบัติการ Windows จะสามารถเปิดเองได้) ใครยังไม่มีโปรแกรมช่วยเปิด ดาวน์โหลด 7z มาครับ

 

การแปลสูติบัตร ท.ร.19 ตอน 4

สูติบัตรประเภทนี้จะเป็นประเภทที่เก่าหน่อยค่ะ มีลักษณะเป็นแผ่นเรียวๆ ยาวๆ ขนาดเล็กๆ เล็กกว่า A4 เยอะมาก ลักษณะคล้ายบิล เวลาเราไปช้อปปิ้งแบบนั้นเลยค่ะ ส่วนมากจะเป็นของคนรุ่นที่เกิดปี พ.ศ. 2500 หรือก่อนหน้านั้นนิดนึง

พินนี่นำแบบที่ถูกต้องที่พินนี่ทำเอาไว้และได้รับการรับรองปั๊มตราแล้ว มาแชร์เป็นตัวอย่างค่ะ แต่ขอไม่ใส่รายละเอียดจริงนะคะ พินนี่ใส่แบบ สมมติ ไว้ ลองนำมาแ้ก้เปลี่ยนได้เลยค่ะ (จุดที่พินนี่ทำอักษรสีแดงไว้ เปลี่ยนเป็นข้อมูลตัวเองได้เลยค่ะ ) ข้อควรระวังพลาดมีดังนี้ค่ะ

  • ตรง Mother’s Name , Father’s Name อย่าลืมใส่ Mr. หรือ Mrs. นำหน้าชื่อทุกครั้งค่ะ
  • Position of Registrar นั้นให้ใส่ ตำแหน่งเจ้าหน้าที่ หากมีตำแหน่งทางราชการใดๆ ควรใส่ให้ถูกต้องตามยศ ของเค้าเป๊ะๆ ค่ะ พินนี่โหลด ศัพท์ที่ถูกต้องมาให้แ้ล้วค่ะ สามารถดาวน์โหลดได้ เลยค่ะ ที่ Translation Vocab Guide 
  • ตรงส่วน Certified correct translation หากเจ้าตัวแปลเอง สามารถใส่ชื่อตัวเองลงไปได้ค่ะ แต่ตรงส่วน Signed ให้เว้นเอาไว้เพื่อที่จะปริ้นท์ออกมาแล้ว เซ็นลายเซ็นสดๆ ลงกระดาษเพื่อรับรองว่าเราแปลจริงๆ

ตัวอย่าง การแปล สูติบัตร ท.ร.19 ตอน 4

 

การแปลหนังสือสำคัญการเปลี่ยนชื่อ แบบ ช. 3

เรียกง่ายๆ คือ ใบเปลี่ยนชื่อตัว นั่นเองค่ะ สำหรับใบนี้ มีข้อควรระวังคือ แบบฟอร์มที่กรมการกงสุล ให้ดาวน์โหลดนั้น มีผิดอยู่หลายจุดค่ะ พินนี่จึงนำแบบที่ถูกต้องที่พินนี่ทำเอาไว้และได้รับการรับรองปั๊มตราแล้ว มาแชร์เป็นตัวอย่างค่ะ แต่ขอไม่ใส่รายละเอียดจริงนะคะ พินนี่ใส่แบบ สมมติ ไว้ ลองนำมาแ้ก้เปลี่ยนได้เลยค่ะ (จุดที่พินนี่ทำอักษรสีแดงไว้ เปลี่ยนเป็นข้อมูลตัวเองได้เลยค่ะ ) ข้อควรระวังพลาดมีดังนี้ค่ะ

  • ในแบบฟอร์มที่กรมการกงสุลมีให้ดาวน์โหลดนั้นไม่มีใส่เลขที่บัตรประชาชนเอาไว้ เราต้องเอามาเติมเองนะคะ ตรงส่วนบรรทัดก่อน Residing at House No. ค่ะ
  • คำว่า หนังสือสำคัญแสดงการเปลี่ยนชื่อตัว ให้แปลว่า Certificate of Personal Name Change Registrationค่ะ ห้ามใช้ This is to certify that  เพราะจะกลายเป็นแปลไม่ตรงกับเอกสารค่ะ ยกเว้นเอกสารนั้น เขียนว่า “หนังสือสำคัญฉบับนี้ให้ไว้เพื่อแสดงว่า” ถ้าเป็นแบบนี้ ให้แปลว่า “This is to certify that” แทนค่ะ จะได้ตรงกับเอกสาร ให้ยึดเอาเอกสารตัวจริงเป็นหลักเพราะเอกสารของแต่ละคนจะไม่เหมือนกันค่ะ อย่างของพินนี่ ช. 3 เหมือนกันแต่ใบนึงเขียนว่า “หนังสือสำคัญการเปลี่ยนชื่อตัว” อีกใบทำทีหลังจะเขียนว่า “หนังสือสำคัญฉบับนี้ให้ไว้เพื่อแสดงว่า”
  • สำหรับใคร ที่มีใบอยู่ที่ตัวและโดนปั๊มตราว่า “ใบแทน” ให้เขียนตามนี้นะคะ
    – ใบแทน = Substitute
    – ออกใบแทนให้แทนฉบับเดิมเล่มที่ …….. ฉบับที่ ……… ลงวันที่………….. คำร้องที่ ………… ลงวันที่…………….
    ให้แปลว่า
    Issued as a replacement for the original copy book no…….. Document No……… dated January 01, 1999 Application No. …………. dated January 01, 1999
    เป็นต้นค่ะ
  • ชื่อตัวเอง ให้พิมพ์ อักษรตัวพิมพ์ใหญ่เท่านั้น รวมทั้ง ชื่อใหม่ที่ขอเปลี่ยนด้วยค่ะ ให้พิมพ์อักษรตัวพิมพ์ใหญ่
  • สำหรับใบนี้ ตรง Father’s Name, Mother’s Name ไม่ต้องใส่ Mr. หรือ Mrs. ค่ะ ใส่ชื่อเดี่ยวๆ ไปได้เลย
  • ในแบบฟอร์มที่กรมการกงสุลมีให้ดาวน์โหลดนั้นไม่มีใส่คำแปลของคำว่า “นายทะเบียนได้อนุญาตตามคำขอที่ 111/1111 ลงวันที่ 1 มกราคม 2500 ดังนั้นเราต้องเติมเองค่ะ พินนี่เติมให้แล้ว ต้องใส่คำแปลไปว่า The registration has now been granted by the District Registrar as per Application No. 111/1111, dated January 01, 1999. ค่ะ  (ตัวเลขสมมติทั้งหมดนะคะ)
  • ตำแหน่งเจ้าหน้าที่ หากมีตำแหน่งทางราชการใดๆ ควรใส่ให้ถูกต้องตามยศ ของเค้าเป๊ะๆ ค่ะ พินนี่โหลด ศัพท์ที่ถูกต้องมาให้แ้ล้วค่ะ สามารถดาวน์โหลดได้ เลยค่ะ ที่ Translation Vocab Guide นอกจากนี้หากเจ้าหน้าที่ท่านนั้นมาปฏิบัติราชการแทน ต้องใส่คำว่า Acting on behalf of …………District Chief ด้วยนะคะ
  • คำว่า “ออกให้ ณ วันที่” ให้ใช้คำว่า “Issued on” แต่หากเป็น คำว่า “ให้ไว้ ณ วันที่” ให้ แปลว่า “Given on” แทนค่ะ
  • ตรงส่วน Certified correct translation หากเจ้าตัวแปลเอง สามารถใส่ชื่อตัวเองลงไปได้ค่ะ แต่ตรงส่วน Signed ให้เว้นเอาไว้เพื่อที่จะปริ้นท์ออกมาแล้ว เซ็นลายเซ็นสดๆ ลงกระดาษเพื่อรับรองว่าเราแปลจริงๆ

ตัวอย่างการแปลหนังสือสำคัญการเปลี่ยนชื่อ แบบ ช. 3

 

หนังสือสำคัญการจัดตั้งนามสกุล แบบ ช. 2

ที่บ้านพินนี่มีการเปลี่ยนนามสกุลกันบ่อยเหมือนกันเปลี่ยนกลับไปกลับมา พินนี่เองก็เปลี่ยนทั้งชื่อนามสกุลมาแล้วสองรอบด้วยกัน ดังนั้นจึงมีการตั้งนามสกุลใช้เองด้วย ค่ะ จึงต้องใช้เอกสารนี้ การแปลนั้นจะแปลคล้ายๆ กับ หนังสือสำคัญการเปลี่ยนชื่อแบบ ช.3 ค่ะ หลักการเดียวกันหมดเลย เปลี่ยนแค่ หัวข้างบน ให้เป็น Certificate of Registration of Surname ค่ะ นอกนั้นจะเหมือนกันหมดเลย ลองโหลดตัวอย่างที่พินนี่ำทำไว้ดูนะคะ (สำหรับ ช. 2 จัดตั้งนามสกุล และ เปลี่ยนนามสกุล แบบ ช.4 นั้นใช้เหมือนกันค่ะ)

หมายเหตุ : หนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนชื่อสกุล = Certificate of Registration of Surname
การแปลหนังสือสำคัญการจัดตั้งนามสกุล แบบ ช. 2
 

สรุปหลักการแปลเอกสารราชการ

สรุปหลักง่ายๆ นะคะ มีดังนี้ค่ะ

  • ให้ยึดเอกสารฉบับจริงเป็นหลัก เอกสารฉบับจริง ตัวอักษรใดอยู่ฝั่งไหน ก็ให้พิมพ์ฝั่งนั้นเป๊ะ ๆ เช่น คำว่า แบบ ช. 3 เอกสารจริงอยู่ขวามือบน เวลาแปลก็ต้องใส่คำว่า Form Chor.3 ที่มุมขวาบนเช่นเดียวกัน
  • หนังสือสำคัญฉบับนี้ให้ไว้เพื่อแสดงว่า  = This is to certify that
  • หนังสือสำคัญแสดงการเปลี่ยนชื่อตัว = Certificate of Personal Name Change Registration
  • หนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนชื่อสกุล = Certificate of Registration of Surname
  • ตรงตราครุฑ ให้พิมพ์คำว่า “Official Emblem” แทนสัญลักษณ์ตราครุฑเสมอ
  • ตรงลายเซ็นเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานราชการจะอ่านลายเซ็นออกหรือไม่ออกไม่ต้องพิมพ์ให้ใส่คำว่า “– Signature-” เท่านั้น
  • ออกให้ ณ วันที่ = Issued on
  • ให้ไว้ ณ วันที่ = Given on
  • ใบแทน = Substitute

 

แปลเสร็จแล้วต้องทำยังไงต่อ

หลังจากแปล ให้นำเอกสารต่าง ๆ ที่เราแปลเอง ไปติดต่อขอรับรองคำแปลเอกสารได้ที่

กองสัญชาติและนิติกรณ์ (Legalization Division)
ชั้น 3 กรมการกงสุล เลขที่ 123 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพ 10210
ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.00 – 15.30 น. ยกเว้นวันหยุดราชการ
โทรศัพท์ 0-2575-1057ถึง 60 โทรสาร 0-2575-1054
E-mail : consular04@mfa.go.th

ค่าธรรมเนียมการรับรองการแปลเอกสาร

โดยมีค่าธรรมเนียมในการรับรองการแปลเอกสารดังนี้
– เอกสารทั่วไป บริการปกติ ฉบับละ 200 บาท (ใช้เวลา 2 วันทำการ ไม่นับวันยื่น)
บริการด่วน ฉบับละ 400 บาท (เวลา 08:00 – 12:00 น.)

– เอกสารสัญญาหรือเอกสารทางศาล บริการปกติคิดค่าธรรมเนียม 200 บาท สำหรับเอกสารที่มีจำนวนคำไม่เกิน 100 คำ
หากจำนวนคำเกิน 100 คำ ทุก ๆ 100 คำคิด 200 บาท และเศษของ 100 คำต่อไปคิด 200 บาท
หากต้องการขอรับบริการด่วน ต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มอีก 1 เท่าของอัตราค่าธรรมเนียมบริการปกติ

การยื่นคำร้องขอรับรอง ต้องกรอกคำร้องตามแบบฟอร์มที่กำหนดพร้อมแนบเอกสารดังต่อไปนี้
– ต้นฉบับภาษาไทย พร้อมสำเนา 1 ชุด
– ต้นฉบับคำแปลภาษาอังกฤษ
– สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
– หากยื่นแทนเจ้าของเอกสารต้องมีหนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตร ประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ

 

รายละเอียดขั้นตอนการรับรองการแปลเอกสาร

สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ >> http://www.consular.go.th/main/th/services/21872-รายละเอียดขั้นตอนการรับรองเอกสารมีดังนี้.html  ค่ะ

 

บริการรับรองเอกสารทางไปรษณีย์

สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ >> http://www.consular.go.th/main/th/services/1303/19824-การรับรองเอกสารทางไปรษณีย์.html 

เห็นไหมคะว่าไม่ยากเลย แค่ต้องทำความเข้าใจกับมันเยอะๆ หน่อยค่ะ พินนี่เชื่อว่า แบบฟอร์มตัวอย่างที่พินนี่ทำเอาไว้ให้ดาวน์โหลดจะมีประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อยนะคะ

 

— จบแล้ว —

เป็นไงครับ ถูกใจไหม ผมว่าเป็นบทความที่ดีมากเลยนะ ครบถ้วนมาก และละเอียดดีมากๆ ด้วย … ถ้าเกิดถูกใจ ก็ไปกด Like ที่ Facebook Page ของน้อง @pinnynoy ได้ ติดตามทาง Twitter ก็ได้เช่นกันนะครับ

http://www.facebook.com/pinnynoy

http://www.twitter.com/pinnynoy

 

ขอขอบคุณ: @pinnynoy ที่อนุญาตให้นำบทความเรื่อง “แปลเอกสารราชการให้กระทรวงการต่างประเทศรับรอง แปลเองก็ได้ง่ายจังเลย” มาเผยแพร่ซ้ำนะครับ

Leave a Reply