Apostrophe S (‘s) เรื่องเล็กๆ ที่แม้แต่ฝรั่งยังมึน

Apostrophe S

งวดนี้รูปประกอบบทความง่ายมากเลย (ใช้ Microsoft PowerPoint ทำสบายๆ) แต่ไวยากรณ์ในการใช้งานมันกลับไม่ง่ายอย่างที่คิด ฝรั่งเองก็มึนเอาเหมือนกัน แล้วนับประสาอะไรกับคนไทยล่ะครับ … ผมลองมองย้อนกลับไปสมัยเรียนประถมยันมหาวิทยาลัยปีสุดท้าย (กรุณาอย่าถามว่ากี่ปี … ฮา) ก็พบว่าเราเคยเรียนเรื่องนี้กันมานะ ว่า ‘s (ฝรั่งเรียก Apostrophe S คนไทยออกเสียง อะ-โพส-โทร-ฟี่-เอส) เอาไว้ใช้เวลาต้องการแสดงความเป็นเจ้าของครับ เช่น Kafaak’s laptop คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กของกาฝาก หรือ His children’s aunt คุณป้าของลูกๆ ของเขา อะไรแบบนี้ เป็นต้น

 

การใช้ ‘s ในกรณีต่างๆ

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เอาเข้าจริงๆ การใช้ ‘s มันมีมากกว่าแค่ใช้บอกถึงความเป็นเจ้าของนะครับ … เท่าที่ผมลองนับๆ ดูจากประสบการณ์ในการใช้งานของผม มันสามารถใช้ได้ใน 3 กรณีใหญ่ๆ เป็นอย่างน้อยล่ะ นั่นก็คือ

 

1. ใช้ ‘s เพื่อบ่งบอกความเป็นเจ้าของ

เป็นวิธีการใช้ ‘s ที่เราร่ำเรียนกันมานาน แต่สุดท้ายเราก็ยังมึนๆ กับมันอยู่ดี (ฮา) … หลักการง่ายๆ คือ เอา ‘s ไปวางไว้แบบนี้ครับ

A’s B

A และ B ต่างก็เป็นคำนามครับ เมื่อทำแบบนี้หมายความว่า B เป็นอะไรซักอย่างของ A เช่น Somchai’s computer คอมพิวเตอร์ของสมชาย, Doraemon’s friends เพื่อนๆ ของโดราเอมอน เป็นต้น

แต่เราก็อาจจะเคยเรียนมาว่าในกรณีที่ตัวอักษรตัวสุดท้ายของ A ดันเป็นตัว s เนี่ย เราจะไม่ใส่ ‘s แต่จะใส่แค่ ‘ เฉยๆ ครับ เช่น Your friends’ cars รถยนต์ของเพื่อนๆ ของคุณ, Two actresses’ roles บทนักแสดงสองบท เป็นต้น แต่เราจะใช้กฎนี้เฉพาะกรณีที่คำนามนั้นเป็นคำนามทั่วไปเท่านั้นครับ

ในกรณีของคำนามเฉพาะ เช่น ชื่อคน ชื่อครอบครัว ชื่อสถานที่ อะไรพวกนี้ แล้วดันลงท้ายด้วยตัว s เราจะใส่แค่ ‘ เฉยๆ มันไม่พอครับ มันต้องเติม es แล้วค่อยใส่ ‘ ลงไป ทั้งนี้เขาว่าเพื่อให้มันแยกแยะชัดเจนว่า คำนามนี้ไม่ใช่พหูพจน์ที่เติม s มาครับ ฉะนั้นเราจะไม่ใช้ Carlos’ homework แต่จะเป็น Carloses’ homework การบ้านของคาร์ลอส หรือ Jones’ car เราก็จะไม่ใช้ แต่เราจะใช้ Joneses’ car ครับ

อย่างไรก็ดี … ในการเขียนจดหมายทั่วๆ ไป ไม่ได้ซีเรียสเรื่องไวยากรณ์สุดๆ ก็ไม่ต้องฟิตขนาดนั้นก็ได้ แต่ในกรณีที่สิ่งที่เรียกว่า Serious writing ก็ต้องเล่นตามกฎเขาล่ะ

แต่ถ้าคำนามเป็นกลุ่มคำแบบ Father-in-law ละก็ เขาให้ใส่ ‘s ไว้ตัวสุดท้ายของคำไปเลยครับ เช่น Father-in-law’s sister น้องสาวของพ่อตา แบบนี้

และสุดท้าย ถ้าเกิดเราพูดถึงสิ่งของของคนสองคน หรือ อะไรบางอย่างสองสิ่งล่ะ เช่น บ้านของสมชายกับบ้านของสมหญิง จะทำยังไง?!? ก็ต้องพิจารณาอีกครับว่า ของสิ่งนั้นมีเจ้าของร่วม หรือ เป็นของใครของมันแยกชิ้นกันน่ะครับ

Somchai and Somying’s house จะหมายถึง บ้านของสมชายและสมหญิง คือ บ้านมีหลังเดียว สมชายและสมหญิงต่างก็เป็นเจ้าของบ้านหลังนั้น สองคนนี้อาจจะเป็นพี่น้องหรือสามีภรรยา … พูดง่ายๆ หากเป็นเจ้าของร่วม จะใส่ ‘s ไว้ที่คำนามตัวที่สองครับ

Somchai’s and Somying’s houses จะหมายถึง บ้านของสมชายและบ้านของสมหญิง สองคนนี้เป็นเจ้าของบ้านคนละหลังครับ … พูดง่ายๆ แม้จะเป็นของชนิดเดียวกัน แต่หากเป็นของใครของมันละก็ จะใส่ ‘s ไว้ที่คำนามทุกตัวครับ

 

2. ใช้ ‘s เวลาจะแปลงคำนามให้เป็นพหูพจน์ในกรณีที่เป็น ตัวย่อ ตัวอักษร หรือ ตัวเลข

พวกตัวย่ออย่าง Ph.d. (วุฒิปริญญาเอก) ตัวอักษรต่างๆ เช่น A, B, C, D หรือตัวเลข 1, 2, 3, 4 เวลาจะบอกว่ามีวุฒิปริญญาเอกหลายๆ ใบ หรือมีตัวเอหลายๆ ตัว หรือมีเลข 8 หลายๆ ตัว ฝรั่งเขาก็จะใช้ ‘s มาแปลงให้กลายเป็นพหูพจน์แบบนี้ครับ Ph.d.’s หรือ A’s, หรือ 8’s แบบนี้เป็นต้น

แต่ก็มีกรณีที่พอพูดถึงตัวย่อที่ไม่มีการใส่จุดลงไป เช่น CD ที่หมายถึงแผ่น CD พอมีหลายๆ แผ่น ก็เรียกว่า CDs ไปเลย หรือเวลาพูดถึง ABC หลายๆ ตัว เขาก็ใช้แค่ ABCs ไปเลย มากกว่าที่จะเป็น ABC’s น่ะ

 

3. มีคนใช้ ‘s เวลาจะพูดช่วงเวลาเป็นทศวรรษ

น่าจะเคยได้ยินนะ เวลาที่คนเขาจะพูดถึง ยุค 80 เนี่ย ฝรั่งเขาก็จะเรียกว่า The 1980’s หรือ The 80’s เป็นต้น แต่จะใช้ The 1980s หรือ The 80s ก็ไม่ผิดเช่นกันนะครับ

Read 1 comment

Leave a Reply