รู้จัก Passive Voice

Passive Voice

อ่านการ์ตูนโคนันตอนล่าสุด แล้วก็สะดุดช่องนี้ครับ ทำให้ผมนึกได้ว่าน่าจะมาเขียนเรื่อง Passive Voice ซักหน่อย เพราะเป็นรูปประโยคที่คนไทยที่เรียนภาษาอังกฤษจำนวนไม่น้อยสับสน และบางคนก็ใช้พร่ำเพรื่อจนเกินเหตุด้วย … หลายๆ คนงงกับ Passive Voice มาก จนเข้าใจว่ามันเป็นเรื่องที่ยาก แต่จริงๆ แล้ว หากเข้าใจหลักการของมันละก็ มันก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลยนะ

 

เข้าใจประโยคแบบปกติกันก่อน

ภาษาอังกฤษก็เหมือนภาษาไทย ประโยคบอกเล่าแบบปกติ หรือ Active Voice มันก็เริ่มจาก ประธาน ทำกริยา ต่อกรรม หรือก็คือง่ายๆ แบบนี้แหละ

 

ประธาน + กริยา + กรรม

 

ตัวอย่างของประโยคบอกเล่า ไม่ต้องคิดอะไรให้ซับซ้อนมากครับ

I kick a dog. ฉันเตะสุนัขตัวหนึ่ง

She eats a pie. เธอทานพายชิ้นนึง

 

หรือจะซับซ้อนกว่านี้ ใส่ส่วนขยายของประธาน ใส่ส่วนขยายของกริยา หรือใส่ส่วนขยายของกรรมเข้าไปก็ได้ หรือจะเป็นประโยคในรูปอดีต เช่น

He took a laptop to the hospital. เขาเอาโน้ตบุ๊กไปที่โรงพยาบาล

Somsak was cutting a tree. สมศักดิ์กำลังตัดต้นไม้อยู่ (รูปอดีต)

 

พอเปลี่ยนประโยคบอกเล่ามาเป็น Passive Voice

ประโยคบอกเล่าตามปกติเขาเรียก Active Voice หรือ ประธานเป็นผู้กระทำกริยา แต่รูปประโยค Passive Voice นั้นจะตรงกันข้าม หรือก็คือ ประธานเป็นผู้ถูกกระทำนั่นเองครับ ฉะนั้นมันก็แค่การสลับประโยคเท่านั้นเอง เช่น

I kick a dog. —–> A dog is kicked by me. ฉันเตะสุนัขตัวหนึ่ง —–> สุนัขตัวหนึ่งถูกฉันเตะ

She eats a pie. —–> A pie is eaten by her. เธอทานพายชิ้นนึง —–> พายชิ้นนึงถูกกินโดยเธอ

 

ครับ … รูปแบบง่ายๆ ของ Passive Voice ก็คือ

 

ประธาน + Verb to be + V3 [+ by ….]

 

ข้อสังเกตคือ

  1. ประธานของ Passive Voice จริงๆ แล้วก็คือ กรรมของ Active Voice นั่นเอง
  2. ส่วนใหญ่ Passive Voice จะตามด้วย by + ประธานของ Active Voice เพื่อบ่งบอกว่าใครเป็นผู้กระทำประธานของ Passive Voice

ฉะนั้น หากอยากฝึกแต่งประโยคที่เป็น Passive Voice ละก็ ให้ฝึกจากการแปลงประโยค Active Voice เป็น Passive Voice ให้ชินครับ ทำบ่อยๆ ก็จะคล่อง … พยายามอย่าคิดให้มากเกินไป เพราะจริงๆ มัน มันแค่สลับประธานกันเฉยๆ เท่านั้นเอง

ดังนั้น แม้ว่าประโยคจะมีคำขยายอะไรก็ตาม หรือจะเป็น Tense อะไรก็ตามแต่ … มันก็ยังคงเหมือนเดิมครับ แต่อาจจะเปลี่ยนรูปให้เหมาะสมเท่านั้นแหละ เช่น

He took a laptop to the hospital. —–> A laptop was taken to the hospital by him. เขาเอาโน้ตบุ๊กไปที่โรงพยาลาล —–> โน้ตบุ๊กถูกนำไปที่โรงพยาบาลโดยเขา

Somsak was cutting a tree. —–> A tree was being cut by Somsak. สมศักดิ์กำลังตัดต้นไม้ —–> ต้นไม้กำลังถูกตัดโดยสมศักดิ์

 

สังเกตอีกนิดก็จะพบว่า

  1. ส่วนขยายมันก็ยังขยายอยู่ที่เดิมนั่นแหละ ถ้ามันเคยขยายกรรมตอนเป็นประโยคบอกเล่า พอกรรมกลายมาเป็นประธานในรูป Passive Voice แล้ว มันก็จะตามมาขยายประธานด้วย
  2. ในกรณีของ Continuous tense นั้น เมื่อแปลงเป็น Passive Voice แล้ว จะต้องดึง Ving ออกมาเป็นคำว่า Being แล้วค่อยแปลงกริยาเป็น V3 ตามรูปแบบของ Passive Voice

 

Passive Voice ไม่ใช่อะไรที่ใช้พร่ำเพรื่อได้

อย่างไรก็ดี ใช้ Passive Voice เป็นแล้ว ก็อย่าใช้พร่ำเพรื่อนะครับ … เวลาแต่งประโยคในภาษาอังกฤษน่ะ เป็นประโยคบอกเล่าปกติ เป็น Active voice ไปน่ะดีแล้วนะครับ … Passive Voice น่ะ หลักๆ ใช้แค่ในกรณี

  • ต้องการให้ประโยคเน้นที่ผู้ถูกกระทำมากกว่า เช่น อยากเน้นว่าสุนัขโดนเตะ หรือ อยากเน้นว่า สสารถูกเตรียมไว้เพื่อการทดลอง อะไรแบบนี้
  • ประธานผู้กระทำกริยา ไม่ใช่สาระสำคัญของประโยค ก็จะถูกเขียนเป็น Passive Voice โดยละ “ผู้กระทำ” เอาไว้ เช่น The price was cut. ราคาถูกปรับลดลง … แต่ไม่ได้พูดถึงว่าใครเป็นคนปรับราคา (จะสนทำไม)

หลักๆ ก็ใช้แค่สองกรณีนี้เป็นหลักเลยครับ ที่เหลือ ใช้ Active Voice ได้ก็ใช้ Active Voice ไปเถิด

 

Leave a Reply