Could have/Might have, Should have, Would have และ Must have

teacher with students in a classroom

 

มีรูประโยคอยู่ประเภทนึง คล้ายๆ กับ Perfect tense มาก แต่ในการใช้งานจริง มันสื่อความหมายที่แตกต่างจาก Perfect tense ครับ … Perfect tesne นั้น จะเน้นไปที่การสื่อถึง “การสิ้นสุด” ของเหตุการณ์ โดยมีโครงสร้างหลักๆ คือ Verb to have + V3 แต่ในประโยคที่ผมพูดถึง แม้จะมีโครงสร้าง Verb to have + V3 เหมือนกัน แต่เมื่อมีกริยาช่วยเพิ่มเข้ามา ความหมายมันเปลี่ยนไปเลยครับ

ประโยคที่ว่าก็คือ ประโยคที่มีคำว่า Could/Might have + V3 หรือ Shoul have + V3 หรือ Would have + V3 หรือ Must have + V3 นั่นเอง … เอ๊ะ! แล้วมันแตกต่างจากประโยคที่เป็น Perfect tense ตามปกติยังไงล่ะ?!?

 

Could have + V3 หรือ Might have + V3

เราใช้รูปประโยคนี้ เมื่อต้องการพูดถึงเหตุการณ์ที่ไม่ได้เกิดขึ้นในอดีต เพียงแต่เราอยากจะสื่อให้ทราบว่า หากเราอยากจะให้มันเกิดขึ้นจริงๆ เราก็ทำได้นะ เพียงแต่เราเลือกที่จะไม่ทำ เช่น

 

I could have killed you 3 times already, but I chose not to. ผมสามารถฆ่าคุณได้สามครั้งแล้ว แต่ผมเลือกที่จะไม่ทำ

She could have told her boss about the harassment. หล่อนสามารถบอกเจ้านายของหล่อนเกี่ยวกับการล่วงละเมิดได้ (แต่หล่อนก็ปิดเงียบไม่บอก)

He might have passed the examination if he tried harder. เขาอาจจะสอบผ่านก็ได้ถ้าเขาพยายามให้มากกว่านี้ (ประโยคนี้ใช้ Would have passed แทนก็ได้ครับ)

 

Should have + V3

ใช้สื่อถึงเหตุการณ์ที่ไม่ได้เกิดขึ้น แต่จริงๆ แล้วควรจะเกิดขึ้น เช่น

I should have brought an umbrella with me. ฉันน่าจะเอาร่มติดตัวมาด้วย (แต่ในความเป็นจริงไม่ได้เอามา และตอนนี้ฝนก็ตกหนัก)

You should have told me that she is our boss’ daughter. นายน่าจะบอกฉันว่าหล่อนเป็นลูกสาวของเจ้านายของพวกเรา (แต่ในความเป็นจริงไอ้เพื่อนคนนี้ไม่ได้บอก และเราไปทำอะไรผิดไปแล้ว ทำให้เรานึกเสียใจอยู่เนี่ย ว่าทำไมเพื่อนไม่บอก)

 

Would have + V3

จะคล้ายๆ กับ Could have + V3 หรือ Might have + V3 ครับ แต่ต่างกันตรงที่สองอันนั้นมันเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ได้เกิดขึ้นในอดีต แต่หากคิดจะให้มันเกิดเราก็เลือกที่จะทำได้ แต่เมื่อใช้ Would have + V3 นั้น จะสื่อประมาณว่า เหตุการณ์ที่พูดถึงไม่ได้เกิดขึ้นในอดีต แต่เกือบจะเกิดขึ้นแล้ว เพียงแต่ที่ไม่เกิดขึ้นมันเพราะสาเหตุบางอย่าง เช่น

Manchester United would have won the match if not for that free kick. แมนยูเกือบจะชนะแล้วถ้าไม่ใช่เพราะฟรีคิกลูกนั้น (แต่ไม่ชนะ ก็เพราะไอ้ฟรีคิกลูกนั้นแหละ)

She would have brought a new iPhone if she had the money. หล่อนเกือบจะซื้อไอโฟนเครื่องใหม่แล้ว ถ้าเกิดหล่อนมีเงิน (แต่ไม่ได้ซื้อ ก็เพราะไม่มีเงิน)

Must have + V3

ใช้พูดถึงความเชื่อมั่นของเราในเหตุการณ์บางอย่าง ว่ามันต้องเป็นเช่นนั้นแน่ๆ โดยเราเชื่อมั่นเช่นนี้เพราะมีหลักฐานบางอย่าง หรือมีข้อมูลบางอย่างที่ทำให้เราเชื่อเช่นนั้น เช่น

 

He must have been very rich. Otherwise that chick wouldn’t have married him. หมอนั่นต้องรวยโคตรๆ แหงแซะ ไม่งั้นแม่นั้นไม่ยอมแต่งงานกับมันแน่

She doesn’t answer my call. She must have slept already. หล่อยไม่รับโทรศัพท์ฉัน หล่อนต้องหลับไปแล้วแน่ๆ

 

Read 3 comments

  1. [ I could have killed you 3 times already, but I chose not to.]
    ิีbut I chose not to ไม่ต้องมีได้รึป่าวคะ เพราะจากที่พี่บอก could haveมันก็มีความหมายครบอยู่แล้ว ว่าเลือกที่จะไม่ทำเฉยๆ

    [ Otherwise that chick wouldn’t have married him. ]
    คำว่า ไม่ยอมแต่งงาน ใช้คำอื่นแทนได้ไหมคะ
    ใช้ wouldnt have มันดูงงๆเพราะพี่เขียนว่า would haveคือ เกือบจะ

    • ตอบนะครับ

      ประโยคแรก ไม่ใส่ but I chose not to ความหมายจะไม่สมบูรณ์ เพราะการที่บอกว่า เกือบฆ่าได้สามครั้ง อาจจะมีสาเหตุอื่นที่ทำให้เกือบ (คือฆ่าไม่ได้) เช่น อีกฝ่ายหนีรอดไปได้ทุกครั้ง … แต่การบอกว่า but I chose not to เป็นการบอกว่า ที่เอ็งไม่ตายก็เพราะข้าปล่อยเอ็งไป ไม่ฆ่า

      ประโยคที่สอง otherwise that chick wouldn’t have married หมายความว่า ยัยนั่นคงไม่ยอมแต่งงานกับเขา เราใช้ wouldn’t have married ก็เพราะว่าในความเป็นจริง เจ้าหล่อนแต่งงานกับเขาครับ ฉะนั้นจะใช้ would have ไม่ได้ ไม่งั้น Otherwise that chick would have married him จะแปลว่า ยัยนั้นคงแต่งงานกับเขาไปแล้ว (แสดงว่าจริงๆ ไม่ได้แต่ง)

Leave a Reply