เรียน Tenses แบบไม่ Tensed (9) – Past Perfect Tense

 

 

Verb Tenses

สำหรับคนที่อยากจะเป็นนักเขียนที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษเล่าเรื่องราวต่างๆ ละก็ Past perfect tense นี่จะเป็น Tense หนึ่งที่จะมีโอกาสได้ใช้บ่อยๆ เลยล่ะครับ ฉะนั้นผมจึงขอแนะนำให้ทำความเข้าใจกับเจ้านี่ให้ดีๆ ซึ่งจริงๆ แล้วก็ไม่ได้ยากอะไรครับ ขอแค่มีความเข้าใจก็เท่านั้นเอง ลองมาดูกันครับ

 

รูปแบบและโครงสร้างของ Past perfect tense

หากเราเรียนรู้ Present perfect tense ไปแล้ว การจดจำโครงสร้างของ Past perfect tense ก็ไม่ยากครับ แค่เปลี่ยน Verb to have ให้เป็นรูปอดีต หรือง่ายๆ ก็คือ ใส่ had ลงไปแทน has/have นั่นเอง เราก็จะได้แบบนี้

 

Subject + had + V3

 

ง่ายโฮกๆ อ่ะ จริงป่ะ … ไม่ต้องสนใจว่าประธานจะเป็นเอกพจน์ หรือ พหูพจน์ แล้ว เพราะใช้ had เหมือนกันหมดเลย

 

สถานการณ์ที่เราจะใช้ Past perfect tense

ปกติแล้ว นิยามของ Perfect tense ก็คือ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตและจบลงไปโดยสมบูรณ์แล้ว แต่ยังอาจจะมีผลต่อเนื่องมาจนถึงขณะที่พูด … นั่นคือ Present perfect tense แต่เมื่อมันกลายเป็น Past perfect tense มันก็ต้องปรับนิดหน่อย ให้เป็น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตและได้จบลงไปอย่างสมบูรณ์แล้วในอดีต ซึ่งแม้ว่าจะมีผลต่อเนื่องมา มันก็แค่ถึง ณ ขณะที่เราอ้างอิงถึงในอดีตนั่นเอง

เป็นนิยามที่ …​ เอิ่ม … เรียนแล้วปวดหัวป่ะ?!?

สำหรับผมแล้ว ผมแนะนำให้จำแบบนี้ครับ … อะไรที่มันเกิดขึ้นในอดีตไปแล้วและจบไปแล้ว ไปใช้ Past tense ไปให้จบๆ เรื่อง เราจะใช้ Past perfect tense ก็ต่อเมื่อ เรากำลังพูดถึงเรื่องในอดีตอยู่ แล้วเรามีความจำเป็นต้องพูดถึงอีกเหตุการณ์หนึ่งที่เป็น อดีตของอดีตที่เรากำลังพูดถึงอยู่ นั่นแหละครับ

เช่น

  • ถ้าเราจะพูดว่า ณ ขณะที่พูดนี้คุณสมชายได้ทำงานที่บริษัทของเรามาเป็นเวลา 5 ปีแล้ว มันคือ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต (เข้ามาทำงาน) และยังส่งผลมาจนถึงปัจจุบัน (อายุงานครบ 5 ปี ณ ตอนที่พูด) เราจะใช้ Present perfect tense ครับ นั่นก็คือ As we speak, khun Somchai has worked for our company for 5 years. ขณะที่พวกเราพูดอยู่นี้ คุณสมชายได้ทำงานในบริษัทของเรามา 5 ปีแล้ว
  • แต่ถ้าเราจะพูดว่า เมื่อสองปีที่แล้ว คุณสมชายได้ทำงานที่บริษัทของเรามาแล้วเป็นเวลา 3 ปี มันคือ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตกว่า (เข้ามาทำงาน) และส่งผลมาจนถึง ณ จุดเวลาหนึ่งในอดีต (คือ เมื่อสองปีที่แล้ว) เราจึงใช้ Past perfect tense นั่นเอง Two years ago, khun Somchai had worked for our company for 3 years. เมื่อสองปีที่แล้ว คุณสมชายได้ทำงานในบริษัทของเรามาแล้ว 3 ปี

แต่จะสังเกตได้ว่า เราไม่ค่อยได้ใช้รูปประโยคในแบบที่สองที่ผมยกตัวอย่างมาซักเท่าไหร่หรอกครับ ส่วนใหญ่ที่เราจะใช้กัน จึงมักเป็นการใช้ควบคู่กับประโยคที่เป็น Past simple tense เพื่อสื่อว่าเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นมาก่อนและจบลงไป จากนั้นจึงเกิดเหตุการณ์อีกเหตุการณ์หนึ่งขึ้นมา เช่น

 

Because he had worked so hard, he passed the entrance examination. เพราะว่าเขาได้เรียนอย่างหนึ่ง เขาจึงสอบเอนทรานซ์ผ่าน

 

ประโยคที่เกิดขึ้นก่อน ซึ่งเราใช้ Past perfect tense ก็คือ Because he had worked so hard

ประโยคเกิดขึ้นทีหลัง ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์ในประโยคแรกจบลง (แต่ยังคงมีผลต่อเนื่องมาอยู่) ก็ใช้ Past simple tense คือ he passed the entrance examination นั่นเอง

 

หรือประโยคแบบ Indirect speech ที่เป็นการพูดอ้างถึงคำพูดของคนอื่นที่ได้พูดมา ถ้าคนคนนั้นกำลังเล่าเรื่องในอดีตอยู่ ก็เป็นจังหวะที่เราต้องใช้ Past perfect tense ครับ เช่น หากเรากำลังจะพูดว่า เมื่อวานจอยบอกว่าเธอทำงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราก็จะต้องแต่งประโยคออกมาเป็นแบบนี้

 

Yesterday Joy told me that she had finished her work. เมื่อวานจอยบอกกับผมว่าเธอได้ทำงานของเธอเสร็จแล้ว

 

เรากำลังพูดถึงสิ่งที่จอยบอกเราเมื่อวาน (ซึ่งเกิดขึ้นในอดีต) เราจึงใช้ Past simple tense แต่เรื่องที่จอยบอก (ที่เธอว่าเธอทำงานเสร็จแล้ว) มันเกิดขึ้นก่อนเมื่อวาน ก่อนที่จอยจะบอกกับเรา จึงใช้ Past perfect tense ครับ

 

Read 5 comments

  1. ขอยคุณมากๆเลยค่ะมีประโยชน์มากๆเลย กำลังสงสัยกับการใช้รูปแบบของ tense นี้อยู่พอดี

  2. แล้วประโยคนี้ใช่ past perfect มั๊ยคะ
    [ I wish you had lived for my sake]
    ตอนพูดพระเอกดราม่าถึงแม่ที่ตายไปแล้ว พร้อมบีบน้ำตา3ลิตรเศษ

    แล้วถ้าตัดhadออก ความหมายจะเปลี่ยนไปยังไงคะ

    • ใช่ครับ เป็น past perfect tense

      รูปประโยค wish clause คือ หวังว่า … จะเกิดอะไรขึ้นมา แต่จริงๆ แล้วมันไม่ได้เกิด ซึ่งมีใช้ 3 กรณี

      1. ใช้กับ past tense เพื่อจะบอกพูดถึงตอนนี้ ว่าเราหวังอะไรไว้ แต่ตอนนี้ไม่มี เช่น I can’t buy a new car. I wish I were rich. ฉันซื้อรถใหม่ไม่ได้ ฉันหวังว่าฉันจะรวย (แต่ตอนที่พูดนี่ไม่ได้รวย)

      2. ใช้กับ past perfect tense เพื่อบอกว่าหวังว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อในอดีต แต่ในอดีตนั้นไม่ได้เกิดสิ่งนั้น เช่น I had terrible childhood. I wish I had not been born. ฉันมีวัยเด็กที่แย่มากๆ ฉันหวังว่าฉันจะไม่ได้เกิดมา (แต่ก็เกิดมาแล้วไง)

      3. ใช้กับ would + verb 1 เพื่อบอกว่าสถานการณ์ปัจจุบันว่าเราหวังว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ก็ไม่รู้ว่ามันจะเกิดขึ้นไหม ยังไม่แน่นอน เช่น I don’t know if she loves me. I wish she would tell me. ฉันไม่รู้ว่าเธอรักฉันไหม ฉันหวังว่าเธอจะบอกฉัน

      ฉะนั้นในกรณีประโยคข้างต้น ตัวเอกก็น่าจะพูดถึงเรื่องในอดีต เสียใจกับเรื่องที่ไม่ได้เกิดขึ้นในอดีต … ถ้าตัด had ออกไป แสดงว่ากำลังพูดถึงปัจจุบัน ซึ่งความหมายจะเปลี่ยนไปครับ

Leave a Reply