เรียน Tenses แบบไม่ Tensed (8) – Present Perfect Tense

Tenses

Present perfect tense นี่ผมถือว่าเป็น Tense ที่ใช้กันค่อนข้างจะบ่อยมากนะครับ เราเองก็ใช้บ่อย คนอื่นก็ใช้บ่อย ได้พบได้เห็นเป็นประจำ ฉะนั้นผมถือว่าเรียนรู้เอาไว้ นอกจากจะได้ใช้เพื่อการสอบแล้ว ยังสามารถเอาไปใช้ในชีวิตประจำวันเวลาติดต่อสื่อสารกับคนอื่นเป็นภาษาอังกฤษได้ด้วย จากประสบการณ์ที่ผมเรียน Tense นี้มา มีหลายคนเรียนกันแบบจำมากกว่าเข้าใจ สุดท้ายก็ใช้กันไปแบบงงๆ ครับ ฉะนั้นเราลองมาดูกันดีกว่าว่าเจ้า Tense นี้มันใช้กันยังไง

 

รูปแบบและโครงสร้างของ Present perfect tense

พื้นฐานโครงสร้างของตระกูล Perfect tense คือ Subject + Verb to have + V3 ครับ เมื่อเป็น Present perfect tense ก็เลยมาในรูปของ

 

Subject + has/have + V3

 

ง่ายๆ แบบนี้เลย … เราจะเลือกใช้ has หรือ have ก็อยู่ที่ว่าประธาน (Subject) นั้นเป็นเอกพจน์ หรือ พหูพจน์ ยกเว้น I แม้จะหมายถึงตัวเราคนเดียว แต่ก็ให้ใช้คู่กับ have ครับ

 

แล้วเมื่อไหร่เราถึงจะใช้ Present perfect tense ล่ะ?!?

Present perfect tense นั้นมีรูปแบบการใช้งานที่หลากหลายมาก จึงไม่น่าแปลกใจอะไรที่คนเรียนรู้จะมึนตึ้บ ว่ามันใช้งานยังไง แต่เรามาลองดูกันดีกว่าครับว่า กรณีใดบ้างที่เราจะใช้ Present perfect tense

  • เราสามารถใช้ Present perfectense ในความหมายว่า เคย … มาแล้ว หรือ ยังไม่เคย … เช่น ผมเคยไปประเทศญี่ปุ่นมาแล้ว I have been to Japan. หรือ He has never been in love before. เขาไม่เคยตกหลุมรักมาก่อน … ในรูปแบบนี้แม้จะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในอดีต แต่มันจะแตกต่างจากการใช้ Past simple tense นะครับ เพราะอันนั้นมันพูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ณ จุดเวลาหนึ่ง แต่ Present perfect tense นี่ เหตุการณ์ที่พูดถึงนั้น ยังมีผลมาจนถึงทุกวันนี้ อย่างที่บอกว่าเคยไปมาแล้ว จนถึงปัจจุบันก็ยังนับได้ว่าเคยไปอยู่ หรือ ไม่เคยตกหลุมรักมาก่อน จนถึง ณ ตอนที่พูดอยู่นี้ ก็ยังไม่เคยตกหลุมรัก (แต่อาจจะกำลังเริ่มตกหลุมรักก็ ณ เวลาที่พูดนี่แหละ)
  • Present perfect tense ใช้ในความหมายถึงบอกว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ หรือ เกิดขึ้นมานานแค่ไหน โดยมีคำว่า since (ตั้งแต่) หรือ for (เป็นเวลา) มากำกับ เช่น I have worked here for five years. ผมทำงานที่นี่มาเป็นเวลา 5 ปีแล้ว … สังเกตว่าส่วนใหญ่จะเอาไว้ใช้บอกว่า เกิดไอ้นั่น ทำไอ้นี่ มานานเป็นเวลาเท่าไหร่แล้ว (และขณะที่พูดอยู่นี่ ก็ยังอาจจะทำอยู่) หรือ I have been here since 1980. ผมอยู่แถวนี้มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1980
  • ใช้ Present perfect tense กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตแล้วจบไปแล้ว แต่ยังคงมีผลอยู่จนถึงปัจจุบัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเพราะเหตุการณ์เพิ่งจะสิ้นสุดไปหมาดๆ เช่น The rain has just stopped. ฝนเพิ่งจะหยุดตกไป (เรายังเห็นได้ว่าพื้นยังเปียกๆ มีน้ำขังเฉอะแฉะอยู่) หรือ I have just had Somtam. ผมเพิ่งทานส้มตำไป (เพิ่งกินไปหมาดๆ ณ ตอนที่พูดอยู่ยังรู้สึกอิ่ม หรือรู้สึกได้ว่า เพิ่งทานไป) … อย่างไรก็ดี คำว่าเพิ่งสิ้นสุดไปหมาดๆ นี้ มันคือ เพิ่งสิ้นสุดตามที่ความเข้าใจของเรานะครับ บางทีผ่านไป 1-2 ชั่วโมงแล้ว ก็คิดว่าเพิ่งสิ้นสุดได้เช่นกัน เช่น กรณีของการเพิ่งทานส้มตำไปนั่นแหละ ปกติแล้ว เราจะได้เห็นคำว่า already (เรียบร้อยแล้ว) หรือ just (เพิ่งจะ) มาประกอบประโยคด้วย
  • ใช้ในกรณีที่จะบอกคนอื่นว่า ยังไม่ได้ … เลย ซึ่งมักจะมีคำว่า yet (ยัง) มาประกอบรูปประโยคด้วย เช่น She has not finished her breakfast yet. หล่อนยังทานอาหารเช้าไม่เสร็จ
  • เมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นหมาดๆ (และยังไม่จบ) ก็ใช้ Present perfect tense ได้ครับ และเราจะได้เห็นคำว่า recently (เมื่อเร็วๆ นี้), lately (พักหลังๆ มานี้) หรือ just (เพิ่งจะ) อยู่ในรูปประโยคด้วย เช่น He bought a new car recently. เมื่อเร็วๆ นี้ เขาซื้อรันคันใหม่มา หรือ Somchai has been very busy lately. พักหลังๆ มานี้สมชัยยุ่งมากๆ เป็นต้น

 

บางกรณีที่ไม่เคร่งไวยากรณ์ เราใช้ Past simple tense แทน Present perfect tense เลย

ผมเคยพูดถึงเรื่องนี้ไว้ ตอนเขียนถึง Past simple tense แล้วว่าเวลาที่ไม่เคร่งไวยากรณ์มาก ฝรั่งใช้ Past simple tense ในการพูดถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งจบไปหมาดๆ เพราะถือว่าเป็นเหตุการณ์ในอดีต แต่ว่าจะใส่พวก just หรือ already ที่ปกติจะใส่คู่กับ Perfect tense มาไว้ในประโยคด้วย เพราะการที่บอกว่า เพิ่งจะ หรือ เรียบร้อยแล้ว มันก็สื่อความหมายว่า เพิ่งจบ หรือ จบไปหมาดๆ ได้ดี

 

Read 3 comments

  1. [ Ever since losing parents, nobody saved me ]
    ไปเจอมา ตัวละครพูดกับตัวเอง

    ไม่ค่อยเข้าใจอ่ะค่ะ
    ถ้าever sinceเข้าข่ายเดียวกับsince/for ก็ควรเขียนเป็น has saved

    แต่นี่เขียนsavedอย่างเดียว ไม่น่าจะแทนด้วยpast simpleได้นะ เพราะไม่ได้จบไปหมาดๆ ในเรื่องพ่อแม่ตายไป 6 7ปีแล้ว

    • อย่ายึดติดกับไวยากรณ์มากครับ ต้องไม่ลืมว่านี่คือบทพูดของตัวละคร เรากำลังอ่านตัวตนที่กำลังพูดอยู่ ซึ่งในบุคคลปกติเขาก็ไม่ได้เคร่งไวยากรณ์กันขนาดนั้น
      แน่นอนว่า Since มักจะใช้กับ Perfect tense ครับ แต่ในหลายๆ กรณี อย่างที่ผมบอก Past simple มันก็เพียงพอที่จะใช้แทน Present perfect tense ได้ เพราะมันคือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตและจบไปแล้ว เพียงแต่ Present perfect tense มันให้ความรู้สึกว่า เพิ่งจบไปหมาดๆ
      ทีนี้มาดูประโยคนี้ต่อ Ever since losing parents นับตั้งแต่สูญเสียพ่อแม่ไป, nobody saved me ก็ไม่มีใครช่วยฉันเลย ประโยคนี้ ตัวผู้พูดกำลังสื่อถึงในอดีตว่านับตั้งแต่เสียพ่อแม่ไป ก็ไม่มีใครช่วยอีกเลย และครั้งล่าสุดที่ไม่มีคนช่วยก็อาจจะนานมาแล้ว จึงเลือกใช้ Past simple เพื่อพูดแบบง่ายๆ ไม่ได้เน้นว่าจะต้องสื่อว่ามันเพิ่งไม่มีคนช่วยไปหมาดๆ น่ะครับ

      ขออภัยที่ตอบช้านะครับ

Leave a Reply