เรียน Tenses แบบไม่ Tensed (4) – Future Simple Tense

Tenses

Future simple tense เป็นอีกรูปประโยคของ Tense ที่เราควรเรียนรู้ไว้ เวลาจะสื่อสารกับใครเป็นภาษาอังกฤษ แค่ 3 รูปประโยคพื้นฐาน Present simple tense, Past simple tense และ Future simple tense นี่ก็แทบจะครอบคลุมเกือบทั้งหมดได้แล้ว หรือแม้จะไม่ทั้งหมด แต่ในภาษาพูดนั้นฝรั่งไม่ซีเรียสเครียดโคตรกับไวยากรณ์เท่าไหร่ และ 3 Tenses นี้ก็ใช้พูดแทนพวก Tenses ที่เหลือได้แบบพอสื่อสารกันรู้เรื่องครับ

รูปแบบโครงสร้างของ Future simple tense

ย้ำอีกครั้ง รูปแบบโครงสร้างของ Future simple tense นั้นง่ายมาก

Subject + will/shall + V1

แค่นั้นเองครับ แทบจะไม่แตกต่างอะไรไปจาก Present simple tense เลย เพียงแค่มี will/shall เพิ่มเข้ามาก่อนหน้า V1 เท่านั้น …​ หากเป็นคนที่เคร่งมากๆ ก็จะเลือกใช้ shall กับประธานที่เป็น I, You และ We ครับ ส่วนพวก He, She, It, They ก็จะใช้ will ไป แต่ปัจจุบันอยากบอกว่า ใช้ will ไปกับประธานทุกตัวนั่นแหละ ง่ายสุด

 

Future simple tense ในยามปกติ

แล้วสถานการณ์ไหนบ้างล่ะ ที่เราจะใช้ Future simple tense? คำตอบก็คือ

  • แน่นอน ก็ต้องใช้ Future simple tense เวลาพูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอนาคต หรือพูดง่ายๆ คือ สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนั่นแหละครับ เช่น I will go to Japan next week. ผมจะไปญี่ปุ่นสัปดาห์หน้า หรือ He will be at home at 6:00 p.m. เขาจะอยู่ที่บ้านตอนหกโมงเย็น เป็นต้น
  • บางครั้งก็ใช้ร่วมกับประโยคที่เป็น Present simple tense พูดถึงความคิดว่า “จะทำ” อะไรบางอย่าง เช่น I think I will help him do his homework. ผมคิดว่าผมจะช่วยเขาทำการบ้าน
  • บางครั้งก็ใช่ร่วมกับประโยคที่เป็น Past simple tense เพื่อพูดถึงสิ่งที่คาดการณ์ไว้ในอดีต เช่น He thought I would help him do his homework. เขาคิดว่าผมจะช่วยเขาทำการบ้าน … สิ่งที่เขาคิดเกิดขึ้นในอดีต และที่ผมจะช่วยเขาทำการบ้าน ก็เป็นอดีตที่เขาคาดการณ์ (คือ จะช่วยหรือไม่ช่วย มันก็ผ่านไปแล้ว)

 

Future simple tense กับ Verb to be + going to + Ving

นอกเหนือจากการใช้ Future simple tense เพื่อพูดถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตแล้ว ฝรั่งเขายังใช้รูปประโยค Subject +verb to be + going to + Ving เพื่อพูดถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้อีกเช่นกัน เช่น I am going to go to Japan next week. ผมกำลังจะไปญี่ปุ่นสัปดาห์หน้า … แต่ขอให้สังเกตว่าความหมายแตกต่างกันเล็กน้อย

  • ถ้าเป็น Future simple tense ที่ใช้ Subject + will/shall + V1 นั้น ความหมายของมันคือ จะทำอะไรซักอย่าง
  • ถ้าเป็น Subject + verb to be + going to + Ving นั้น ความหมายคือ (กำลัง)จะทำอะไรซักอย่าง

ความแตกต่างมันอยู่ตรงที่ จะ เฉยๆ หรือ (กำลัง)จะ นี่แหละครับ เพราะมันสื่อถึงอัตราความน่าจะเป็นที่จะเกิดขึ้นในอนาคตที่แตกต่างกัน และสิ่งที่จะเกิดนั้นจะเกิดในอนาคตอันใกล้หรือไกลแตกต่างกัน

 

It will rain tomorrow. ฝนจะตกพรุ่งนี้

It is going to rain tomorrow. ฝนจะตกพรุ่งนี้

สองประโยคนี้แปลเหมือนกันเลย แต่ประโยคที่สอง ที่ใช้ going to rain จะสื่อถึงความน่าจะเป็นที่ฝนจะตกมากกว่าครับ

 

He will die. เขาจะตาย

He is going to die. เขากำลังจะตาย

 

ประโยคแรกใช้ will die เนี่ย แสดงว่ายังมีเปอร์เซ็นต์รอด หรือ ยังไม่แน่ใจว่าจะตายเมื่อไหร่ (อาจจะต้องหาตัวบอกเวลามากำกับ) แต่ประโยคที่สองที่ใช้ going to die เนี่ย แสดงว่าเปอร์เซ็นต์ตายสูง และในอนาคตอันใกล้นี่แหละครับ

 

ฝึกใช้ Future simple tense

เขียนไดอารี่ก็เป็นวิธีฝึกใช้ Future simple tense ได้เช่นเดียวกันครับ แต่แทนที่จะพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในอดีต ลงเพิ่มอีกซักย่อหน้านึงลงไปในไดอารี่ เพื่อวางแผนว่าวันพรุ่งนี้ มะรืนนี้ สัปดาห์หน้า เราจะทำอะไร แล้วก็ใช้ Future simple tense นี่แหละมาเล่าเรื่องราวครับ ไม่ต้องเยอะ ซัก 3-4 บรรทัดพอ แต่ฝึกเขียนทุกวัน เดี๋ยวก็ชำนาญครับ

 

Leave a Reply