เคยสับสนไหม กับ In … At … On

 teacher with students in a classroom

ภาษาอังกฤษเหมือนภาษาไทยหลายๆ อย่างครับ บุพบท ก็เป็นเรื่องนึงที่เขามีเหมือนภาษาไทย แต่ใช้แตกต่างกัน และบ่อยครั้งก็ชวนคนสับสน ไม่ต้องเครียดไป เพราะไม่ว่าจะประเทศไทยมาเรียนภาษาอังกฤษ ก็มึนกับบุพบทด้วยกันทั้งนั้นนั่นแหละ … แต่วันนี้ผมจะไม่พูดถึงบุพบททั้งหมดหรอก เดี๋ยวหัวระเบิดซะเปล่าๆ ขอพูดถึงแค่ 3 ตัวที่ใช้กันบ่อย เจอกันประจำ และชวนสับสนไม่น้อย นั่นก็คือ In, At และ On ครับ ซึ่งเวลาแปลเป็นภาษาไทย ทั้ง 3 คำนี้ มันแทบจะแปลกันไปคนละเรื่องเลย นั่นคือ In = ใน, Ai = ที่ และ On = บน แต่ไหงมันมาชวนสับสนได้ล่ะ?

 

คำว่า In

แม้ In จะมีความหมายว่า ใน แต่เวลาเอาไปใช้จริง ต้องดูว่าเขาใช้ในการพูดถึงอะไร หรือใช้คู่กับอะไรนะครับ

  • หากพูดถึงช่วงของเวลาแบบไม่จำเพาะเจาะจง ฝรั่งเขาใช้ In ครับ เช่น I woke up in the morning. ผมตื่นขึ้นมาในตอนเช้า หรือ Summer school activities start in June. กิจกรรมภาคฤดูร้อนของโรงเรียนเริ่มในเดือนมิถุนายน เป็นต้น
  • หากพูดถึงสถานที่ในแบบกว้างๆ ไม่จำเพาะเจาะจง ฝรั่งเขาก็ใช้ In เช่นกันครับ เช่น I live in Bangkok. ผมอาศัยอยู่ในกรุงเทพ ซึ่งผมไม่ได้ระบุว่าส่วนไหนของกรุงเทพ
  • หากต้องการสื่อว่า อยู่ข้างใน ฝรั่งเขาใช้ In ครับ เช่น He is in the room. เขาอยู่ข้างในห้อง หรือ Look in the eyes มองเข้าใจในดวงตา เป็นต้น
  • ฝรั่งยังใช้ In เมื่อเวลาพูดถึงรูปร่าง สี หรือขนาดด้วย เช่น She dresses in red during Chinese New Year. หล่อนแต่งตัวสีแดงในช่วงตรุษจีน This model comes in three different colors. รุ่นนี้มีด้วยกันสามสี เป็นต้น
  • ใช้ In เวลาพูดถึงความเชื่อ ความเห็น ความสนใจ ความรู้สึก เช่น I believe in ghost. ผมเชื่อเรื่องผี หรือ She is interested in K-Pop. หล่อนให้ความสนใจในเคป๊อบ เป็นต้น

 

คำว่า At

แม้เวลาแปลเป็นไทยแล้ว ดูจะมีความแตกต่างจากคำว่า In แต่คำว่า At นั้น ถูกนำไปใช้ในสถานการณ์ที่คล้ายๆ กับว่าจะใช้ In ได้ แต่จริงๆ แล้ว ต้องใช้ At นะครับ

  • หากพูดถึงเวลา แต่เป็นการจำเพาะเจาะจงไปเลยว่าเป็นเวลาเท่าไหร่กันแน่ ฝรั่งเขาจะใช้ At ครับ เช่น Meet me at 4 p.m. เจอผมตอนสี่โมงเย็น หรือ The train will arrive at 7:00 a.m. รถไฟจะมาถึงตอนเจ็ดโมงเช้า
  • เช่นกัน เวลาพูดถึงสถานที่ หากมีการจำเพาะเจาะจงลงไปพอสมควร ก็จะใช้ At ครับ เช่น I was at Central Park when you called me. ผมอยู่ในเซ็นทรัลปาร์คเมื่อตอนที่คุณโทรหาผม หรือ I saw him at the swimming pool. ผมเห็นเขาที่สระว่ายน้ำ เป็นต้น
  • สมัยใหม่นี่ เวลาพูดถึงว่าจะให้ส่งอีเมล์ไปที่ไหน หรือ โทรหาที่เบอร์อะไร ใช้ At เช่นกันครับ เช่น Call me at 02-123-4567. โทรหาผมที่เบอร์ 02-123-4567 หรือ If you have any questions regarding the product, please email me at me@mycompany.com ถ้าคุณมีคำถามอะไรเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ กรุณาส่งอีเมล์หาผมที่ me@mycompany.com เป็นต้น
  • จะหัวเราะใคร หรือหัวเราะอะไร ฝรั่งใช้ At ครับ เช่น Don’t laugh at me. อย่ามาหัวเราะผม
  • จะบอกคนอื่นว่าเก่งในด้านไหน ฝรั่งก็ใช้ At คู่กับ Good ครับ เช่น He is good at making women cry. เขาเก่งในเรื่องทำผู้หญิงร้องไห้ เป็นต้น

 

คำว่า On

คำนี้ยังดีหน่อย ในภาพรวมค่อนข้างแตกต่างกับ In และ At ค่อนข้างเยอะครับ แต่ก็มีแค่บางสถานการณ์ที่อาจจะชวนสับสนกับคำว่า In ซะงั้น

  • เวลาพูดถึง วัน ฝรั่งเขาใช้ On อ่ะ เช่น The shop will open on June 15. ร้านจะเปิดวันที่ 15 มิถุนายน … แต่หากพูดถึงเดือน และ ปี ฝรั่งเขาจะใช้ In นะครับ เช่น In May หรือ In 2013
  • เวลาพูดถึงอะไรที่อยู่บนพื้นผิวของอะไรบางอย่าง เขาใช้ On กันครับ เช่น Put my phone on the table. วางโทรศัพท์ของผมบนโต๊ะ
  • เวลาพูดถึงว่ากำลังใช้อุปกรณ์อะไรบางอย่าง เช่น โทรศัพท์ หรือ คอมพิวเตอร์ อะไรแบบเนี้ย ฝรั่งเขาก็ใช้ On ครับ เช่น The finale of Samee Tree Tra will be on TV tonight. ตอนจบของสามีตรีตราจะมาในรายการทีวีคืนนี้ Shhhhh… She is on the phone right now. ชู่ววววววว หล่อนกำลังคุยโทรศัพท์อยู่ตอนนี้
  • เวลาพูดถึงสภาวะ หรือ สถานะของอะไรซักอย่าง ฝรั่งก็ใช้ On ครับ เช่น I heard that this store is on sale. ผมได้ยินมาว่าร้านนี้กำลังลดราคา

 

Leave a Reply